วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรณีศึกษา


วัน 12 เดือน มกราคม ปี พ.ศ. 2567 เวลา 15.00-16.00 สถานที่ ห้องอนุบาล 2/2 โรงเรียนเมืองสุรินทร์

ชื่อ นามสกุล นักเรียน เด็กชาย รัชชานนท์   พรมจะลี อายุ 5 ปี

เพศ ชาย ชั้น อนุบาล 2/2  ครูประจำชั้น ชื่อ นามสกุล  นางสาวเบญญา สายบุตร

 

           เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต   แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ  (ระบุ)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน คือ การสังเกต  การสัมภาษณ์

           ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ ระบุ ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน คือ  ครูพี่เลี้ยง 

 ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา

1. พัฒนาการด้านสติปัญญายังต้องได้รับการพัฒนา

2. การพูดสื่อสาร

ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน      1 ปัญหา)

การสื่อสาร

           แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน

           ข้อเสนอแนะจาก นางสาวเบญญา สายบุตร ตำแหน่ง  ครูพี่เลี้ยง

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)

ใช้กิจกรรมเกมการศึกษาเข้าช่วย จากการเล่นเกมถามตอบสื่อสาร  โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำอย่าง

ใกล้ชิด คุณครูอาจได้มีการสอนเสริมประสบการณ์เกี่ยวกับการสื่อสาร นำสื่อการสอนถามตอบ อาจทำให้เด็กมีการสื่อสารเพิ่มมากขึ้นได้



9.แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน

รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ 1

วันที่  18  เดือน  มกราคม  พ.ศ.  2567

ชื่อ – นามสกุลนักเรียน  เด็กชายรัชชานนท์     พรมจะลี          ชั้นอนุบาล 2/2

ชื่อผู้ปกครอง นางวรรณวิสา  พรมจะลี  มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น มารดา

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์  061-0827605  Line  -  Facebook  -

ชื่อ บิดา  นายวิระศักดิ์  พรมจะลี  ชื่อ มารดา  นางวรรณวิสา  พรมจะลี

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 061-0827605  Line  -  Facebook  -

 

          1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)

บรรยากาศสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้งอยู่ในชุมชน มีความปลอดภัย บริเวณบ้านสะอาด พื้นที่ใช้สอยกว้าง

 

          2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)

บรรยากาศภายในบ้านจะมีห้องนอน บริเวณพื้นที่สำหรับดูทีวี พื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร สะอาดเรียบร้อย มีพื้นที่กว้าง แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน

 

          3.  บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ท่าทีของคุณแม่ ขณะไปเยี่ยมบ้านเด็ก ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับคุณครูเป็นอย่างมากในการสัมภาษณ์ และบรรยากาศโดยรวมเป็นกันเองมีความอบอุ่นมาก

 

          4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

มีความรัก ความห่วงใย และใส่ใจในตัวของน้องคิวเป็นอย่างมาก       

 

5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ทางโรงเรียนส่งเสริมสนับสนุนในการใช้สื่อการสอนที่มีความหลากหลายดูได้จากผลงานของน้องคิวที่นำกลับบ้าน จำนวนครูในการดูแลเด็กก็เพียงพอ คุณครูใจดีทำให้น้องคิวอยากมาโรงเรียนทุกวันไม่มีการร้องไห้งอแงไม่อยากไปโรงเรียน รวมทั้งเพื่อนร่วมห้องเรียนของน้องคิวก็น่ารัก ไม่ค่อยอยากกลับบ้านสนุกกับการเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียน และมองโรงเรียนเป็นทางเลือกที่ดี

 

          6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ    (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)

ทั้งเล่น ทั้งทำการบ้าน ตั้งใจทำการบ้านให้เสร็จเร็ว หรือหลังจากรับประทานอาหารเย็นบางทีคุณแม่จะพาน้องคิวท่อง A - Z

 

          7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและนักเรียน)

ลักษณะเพื่อนบ้านของน้องคิว คือพี่ชายคนละพ่อแม่อายุห่างกันไม่มากนัก ส่วนใหญ่น้องคิวจะเล่นกับพี่มาร์ค ที่เล่นด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ เป็นมิตรที่ดีต่อกัน

 

          8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ความสัมพันธ์ของน้องคิวกับสมาชิกในครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดี ทุกคนภายในบ้านรักเอ็นดูและก็ห่วงใยน้องคิวรวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนน้องคิวในทุกๆด้าน

 

          9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)

 

          ข้อเสนอแนะ  อยากฝึกให้น้องกล้าแสดงออก ไม่เขินอายเวลาที่ต้องพูดสื่อสาร


 ภาพการเยี่ยมบ้าน


ทะเบียนคุมชิ้นงาน

 ทะเบียนคุมชิ้นงาน



นางสาวประภัสสร สุขไสว รหัสนักศึกษา 64121860107

คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่3



 

คำชี้แจง

บันทึกรายการชิ้นงานที่ทำส่งทุกชิ้นในกรณีที่เจ้าของแฟ้มต้องการปรับปรุงผลงานให้บันทึกรายละเอียดของการปรับปรุงแก้ไขงานทุกชิ้นต้องผ่านการแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน

วันที่/เดือน /พ.ศ.

รายการส่งงาน

การปรับปรุง/ผลงานที่ชอบ

มกราคม 67

ชิ้นงานที่1 Portfolio

  ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ออกเเบบที่เป็นสไตล์ที่จนเองชอบ

มกราคม 67

ชิ้นงานที่ 2  ดอกไม้ในใจฉัน

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้นำเสนอดอกไม้ที่ชื่นชอบของตนเองให้เพื่อนๆได้ร่วมเเลกเปลี่ยนรู้

มกราคม 67

ชิ้นงานที่  3 เด้กน้อยในใจฉัน

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้เลือกเด็กที่เป็นห่วงจากการลงสังเกตการสอน

29 มกราคม 67

ชิ้นงานที่ 4 เรียนออนไลน์

 

กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  5 แบบฝึกคิด

 ชอบชิ้นงานนี้ เพราะได้เเสดงความคิดเห็นของตนเอง

กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่ 6 สรุปการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็กปฐมวัยทั้ง  11 กลุ่ม

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้สะท้อนคิดความรู้ที่ได้รับและเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนๆ

11 กุภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  7 แบบฝึกหัด : เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ฝึกประเมินเด็กๆจากแบบฝึกหัดและได้ฝึกหัดทำสังคมมิติ

11 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  8 สรุปเทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 

11 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  9 กลุ่มที่ 6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม : การเล่นของเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันแก้ปัญหาทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

11 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  10 การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะได้ออกแบบชิ้นงานการเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมและออกแบบการแจ้งเนื้อหาผู้ปกครองในการเรียนแต่ละสัปดาห์ 

12 กุมภาพันธ์  67

ชิ้นงานที่ 11 เด็กกรณีศึกษา

ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ศึกษาและร่วมมือกันกับครูพี่เลี้ยง และออกกเยี่ยมบ้านในการพัฒนาเด็กที่ศึกษาเป็นเคสกรณี

 

การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินฯ

 ใบงาน  


“บทบาทของครูและผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยและการรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย”

หัวข้อ หน่วยที่ 6: การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.ออกแบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง (กำหนดรูปแบบการสื่อสาร-เนื้อหาที่จะสื่อสาร-และจัดทำสื่อ เช่น จดหมาย แผ่นพับ สื่อดิจิทัล ฯลฯ   ในหัวข้อที่กำหนดให้ โดยเลือกทำข้อ 1-6 อย่างน้อย 2 ข้อ คือ

1.) เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์

2.)  เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม

   เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์

โรงเรียนเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมสารสัมพันธ์รักจากโรงเรียนสู่ครอบครัวในหน่วย วันเด็ก กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นนั้นมีวัตถุประสงค์
             - เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเป็นสำคัญในด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา 
             - เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และเชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว
             - เพื่อให้เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลาการ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
             - เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันโรงเรียนและครอบครัว
         ดั้งนั้นความร่วมมือของผู้ปกครองจะเป็นการสนับสนุนให้ลูกเห็นว่าผู้ปกครองและครูมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเรียนรู้ที่โรงเรียนและที่บ้านสอดคล้องกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน ทางโรงเรียนจึงขอความร่วมมือผู้ปกครองในการพาเด็กทำกิจกรรรม บันทึกข้อมูล และนำกลับมาส่งที่โรงเรียนทุกสัปดาห์ เช่นเดียวกับครูผู้สอนที่จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเมื่ออยู่โรงเรียน กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมระหว่างบ้านกับโรงเรียน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองได้อย่างดีอีกด้วย


ประะชาสัมพันธ์







กิจกรรมวันเด็ก




ตัวอย่างสมุดรายงานประจำตัวเด็ก






ขียนสมุดรายงานประจำตัวของนักเรียนมา 3 คน    คือคนที่มีพัฒนาการดีมาก ปานกลาง และคนที่ต้องพัฒนา

                                                                            พัฒนาการดีมาก




พัฒนาการปานกลาง





พัฒนาการที่ต้องพัฒนา




















สรุปบทบาทของตนเอง (ในฐานะครู) และ บทบาทของผู้ปกครองในการทำงานร่วมกัน

เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

ห้องเรียนชั้นอนุบาล2/2 โรงเรียนเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

เด็กอายุ6ปี หน่วยวันเด็กวันครู

บทบาทของครู

คุณครูปฐมวัยจึงเป็นผู้ที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กปฐมวัยแต่ละคน อีกทั้งเด็กปฐมวัยแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน เหตุเพราะสภาพแวดล้อมที่เด็กได้เติบโตขึ้นมานั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณครู พ่อแม่ และผู้ปกครองของเด็กจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก จะต้องมีการร่วมมือกันในการช่วยกันพัฒนาเด็กให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการไปพร้อม ๆ กัน 

บทบาทของผู้ปกครอง

การเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในประเมินเด็ก ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณครูและผู้ปกครอง เพื่อที่ว่าคุณครูจะได้มีโอกาสพูดคุย แลกความเปลี่ยนคิดเห็น ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ชี้แนะแนวทางแก่ผู้ปกครอง


กลุ่มที่ 6 : การประเมินพัฒนาการด้านสังคม : การเล่น ของเด็กปฐมวัย

 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม : การเล่น (ลักษณะการเล่น ระดับขั้นของการเล่นของเด็กปฐมวัย

การนํา เสนอเทคนิควิธี และเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

 

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสังคม

การพัฒนาการทางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้และเข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรับตัวและสร้างสังคมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขพัฒนาการด้านสังคมของทารกเมื่อแรกเกิดจะต้องคุดนมแม่ให้ได้เพื่อบรรเทาความหิวและช่วยให้ทารกจึงเรียนรู้ว่าในโลกนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยและช่วยตอบสนองความต้องการของเขาได้ซึ่งการเรียนรู้นี้เป็นกระบวน

การปรับตั้วทางลังคน (Socialization process) จากการที่ทารคได้ส้มผัสใกล้ชิดแม่และคนในครอบครัวทารกจึงพัฒนาไปสู่การรู้จักเพื่อนและคนอื่นได้ใช้ภาษาได้เล่นได้แสดงความรู้สึกได้เรียนรู้ข้อตกลงกฎเกณฑ์ต่างๆของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุพัฒนาการทางสังคมจึงมีความสำคัญ

คุณลักษณะตามวัยด้านสังคม

คุณลักษณะตามยเป็นความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติเมื่อเด็กมีอายุถึงวัยนั้นๆผู้สอนจำเป็นต้องทำความเข้าใจคุณลักษณะตามวยของเด็กอายุ แรกเกิด - 6 ปี เพื่อนำไป พิจารณาจัดประสบการณ์ให้เด็กแต่ละวัยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมขณะเดียวกันก็ต้องลังเกตเด็กแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อนำข้อมุลไปช่วยในการพัฒนาเด็กให้เต็มตามความสามารถและศักยภาพพัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงอายุอาจเร็วหรือช้ากว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้และการพัฒนาจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องถ้าลังเกตพบว่าเด็กไม่มีความก้าวหน้าอย่างชดเจนต้องพาเด็กไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เพื่อช่วยเหลือและแก้ไข

ประเภทของการเล่น

การเล่นของเด็กมีความแตกต่างกันไปในแต่ละวัน เวลาและแต่ละบุคคล ตามสภาพการและความพอใจของเด็กนั่งนี้เนื่องจากการเล่นแต่ละชนิดให้ความสนใจหรือดึงดูดใจเด็กแตกต่างกันบางครั้งก็ชอบดูคนอื่นเล่นหรือบางครั้งก็

ชอบเล่นกิจกรรมที่ร่วมมือกับคนอื่นๆมีการผลัดเปลี่ยนวัตถุกันเล่นเด็กแต่ละคน มีโอกาส เล่นในแบบต่าง ๆ กัน ดังที่ ศรีเรือน แก้วกังวาล(2545 : 211-213)ได้ สรุปประเภทของการเล่นไว้ 7 ประเภท ดังต่อไปนี้

1.เล่นคนเดียว(อายุ1ขวบ)

2.เล่นสมมติ(2-3ขวบ)

3.เล่นเชิงสังคม(3-4ขวบ)

4.เล่น-ดูผู้อื่นเล่น

ร.ต่างคนต่างเล่น

6.เล่นร่วมกัน

7.เล่นแบบร่วมมือกัน(อายุ5-6ขวบ)

พัฒนาการเล่นของเด็กปฐมวัย

นักจิตวิทยาพัฒนาการได้แบ่งพัฒนาการทางสังคมผ่านการเล่น 4 แบบ ดังนี้

1. การเล่นคนเดียว (Solitary Play)

เป็นการเล่นขั้นแรกบองเด็กตั้งแต่แรกเกิด 1 2 ปี ซึ่งการเล่นของเด็กวัยนี้เป็นการเล่นเพื่อความรู้จัก และหาประสบการณ์กับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว เด็กขอบเนเดียว อาจจะมีพี่เลี้ยงอยู่ข้างๆ แต่ยังไม่ ต้องการเพื่อนเล่น อาจมีการเฝ้าดูคนอื่นๆเล่นและนักเข้าใจว่า ของเล่นของฉันคือของ เล่นของฉัน และของเล่น ของคนอื่นก็เป็นของฉันเช่นกัน เด็กคนอื่นมาเล่นไม่ได้

2.การเล่นคู่ขนาน (Parallel Play)

พบในเด็กอายุประมาณ 3 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มสังเกตและสนใจคนอื่นเล่น ยังพอใจการเล่นคนเดียว ยอมให้มีเพื่อนเล่นอยู่ข้างๆ ได้บ้าง แต่เป็นการเล่นแบบต่างคนต่างเล่น ไม่เล่นด้วยกัน

3.การเล่นกับเพื่อน (Associative Play)

เด็กเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม พบเนื้อ อายุประมาณ 4 ปี ซึ่งเด็กจะมีพัฒนาการทางสังคมเพิ่มขึ้น เด็กในวัยนี้นักเข้าใจว่าของเล่นฉันคือของฉัน เธอสามารถเล่นได้แต่ต้องคืน ทำให้เด็กเรียนรู้การแบ่งบัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย และพูดคุยปรึกษากันเล่นกันได้

4.การเล่นรวมกันเป็นกลุ่ม (Cooperative Play)พบกันเล่นแบบนี้ในเด็กอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เพราะเด็กวัยนี่ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงกฎเกณฑ์กติการู้จักการแพ้ชนะการใช้เหตุผลและการแก้ปัญหาซึ่งไว้ที่พ่อแม่ควรปลูกฝังคุณธรรมและคติกาทาง สังคมควบคู่ ไปพร้อมกับการเล่น

หลักการประเมินพัฒนาการบองเด็กตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 มีดังนี้

การประเมินพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรประเมินให้ครอบคลุมครบทุกช่วงอายุ เพราะ ช่วงวัย นี้มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อีกทั้งมีความเลี่ยงต่อสภาพความผิดปกติต่าง 1 จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตาม ดูแลอย่างใกลัชิดพ่อแม่ผู้เลี้ยงคูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูควรสังเกตพัฒนาการเด็กโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลหากพบความผิดปกติต้องรีบพาไปพบแพทย์หรือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพัฒนาการ

เด็ก เพื่อหาทางแก้ไขหรือบำบัดฟื้นฟูโดยเร็วที่สุดหลักในการประเมินพัฒนาการมีดังนี้

1.ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้าน

2.ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

3.ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลายซึ่งวิธีการประเมินที่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 3

ปีมีการ สังเกต พฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่าง 1 และกิจวัตรประจำวันการบันทึก

พฤติกรรมการสนทนาการสัมภาษณ์เด็กและผู้ใคล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลจากผล

งานเด็ก

4.บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(เล่มสีชมพู)และใช้คู่มือการ

เฝ้าระวังและส่งเสรีมพัฒนาการเด็กปฐมวัย(DSPM)ของกรมอนามยกระทรวง

สาธารณสุข หรือของหน่วยงานอื่น

5.นำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาลัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้

เด็กคนนี้ และมี พัฒนาการเหมาะสมตามวัย

เทคนิคที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านสังคม

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทั้งในเชิงปริมาณพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่างๆและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ ตัดสินใจเกี่ยวกับ เด็กหรือการคัดประสบการณ์ให้แก่เด็กการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตขและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก


ใบความรู้





















ไฟล์เอกสารเพิ่มเติม  

https://drive.google.com/drive/folders/1X60vGwHf1aUwfN6UCbyC_A7_VQTYcZQ4?usp=drive_link

แบบประเมิน BLOG

คำตอบ 13 ข้อ   ลิงก์ไปยังชีต   เปิดรับคำตอบ ข้อมูลสรุป คำถาม แยกรายการ ชื่อ นามสกุล คำตอบ  13 ข้อ นางสาววันเพ็ญ ตรงศูนย์ นางสาวปพิชญา พรมชุม...